Damus
Jakk Goodday profile picture
Jakk Goodday
“อย่าฝากรีโมทความสุขไว้ในมือคนที่ไม่ได้อยู่กับเราตลอดวัน”





บางวันเรายิ้มได้เพราะคำชมหนึ่งประโยค
บางวันอารมณ์ตกเพราะคนหนึ่งคนพิมพ์ “ครับ” สั้นลงกว่าปกติ...

ทั้งที่กินข้าวอิ่ม แดดก็ดี งานก็พอไปได้ แต่ใจมันกลับขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสายตา ตามน้ำเสียง ตามยอดไลก์

เหมือนเราพกรีโมทความสุขไว้ในกระเป๋าคนอื่น เขาคงกดเล่นบ้าง เผลอทำหล่นบ้าง ลืมไว้ที่ไหนบ้าง

ส่วนเรายืนรอหน้าจอชีวิตตัวเอง… เผื่อวันนี้เขาจะนึกถึง

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ มันแปลว่าเราเป็นคน

ใจคนมันอยากอบอุ่น อยากมีที่ยืน อยากรู้ว่า ฉันโอเคไหม? คำยืนยันจากคนอื่นเลยกลายเป็นของหวานประจำวัน

หวานดีนะ…แต่กินแทนข้าวไม่ได้

พอโตขึ้น ผมเริ่มเห็นเส้นบาง ๆ ระหว่าง “ให้เกียรติ” กับ “ยกใจให้เขาถือ”

ความเกรงใจงาม ๆ พอสะสมมาก ๆ กลายเป็นภาระเงียบ ภาระที่ทำให้เราพูดไม่ตรง หัวเราะทั้งที่เราไม่ได้ขำ

พยักหน้าทั้งที่ในใจอยากถาม แล้วก็ต้องกลับมานั่งเหนื่อยอยู่คนเดียว.. เหมือนทำโอทีให้กับภาพลักษณ์ตัวเอง

คนเรามักวิ่งหาการอนุมัติ อยากให้ใครสักคนบอกว่า "ดีแล้ว” อยากให้โลกสะท้อนกลับมาว่า “เรามีค่า”

แต่วินาทีที่เราเอาคุณค่าไปฝากไว้กับมือคนอื่น มือคู่นั้นก็จะกลายเป็นคนถือสวิตช์อารมณ์เราไปโดยอัตโนมัติ

อธิปไตยภายใน… สำหรับผม มันเริ่มจากการยอมรับแบบไม่ต้องด่าตัวเอง

“โอเค วันนี้ใจฉันกำลังวิ่งหาคนมากดปุ่มให้”

แค่มองให้ชัดก่อน ใจเราก็เริ่มมีสิทธิ์เลือก

ผมเลยลองทำกติกาง่าย ๆ ให้ตัวเอง ก่อนจะพูดหรือทำอะไรเพื่อให้คนอื่นโอเค ขอถามใจตัวเองสั้น ๆ สองข้อ

1. ถ้าไม่มีใครชม ฉันยังอยากทำอยู่ไหม?

2 ถ้าไม่มีใครเห็น ฉันยังเป็นแบบนี้ได้ไหม?

คำถามสองบรรทัดนี้เหมือนยืนเฝ้าประตูเมือง
ไม่ให้ใครเดินเข้ามาย้ายธงในใจเราได้ง่าย ๆ

แล้วมันก็แปลกดีนะ... พอเราไม่รีบพิสูจน์ เรากลับน่าเชื่อถือมากขึ้น พอเราไม่รีบให้คนมารัก เรากลับรักคนอื่นได้สบายขึ้น

พอเราไม่ต้องรีบ “ดูดี” เรากลับดูจริงขึ้น

การมีอธิปไตยภายในไม่ได้ทำให้เรากลายเป๋นคนเย็นชาแต่อย่างใด

มันทำให้เรานุ่มลงแบบมีแกน คนชมก็รับไว้ด้วยรอยยิ้ม คนไม่ชมก็ยังเดินต่อได้

คนเข้าใจ ก็ขอบคุณ
คนไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องรีบอธิบายจนหมดแรง

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเผลอฝากรีโมทไว้กับใครอีกแล้ว?

อาการมันจะฟ้องเอง ใจเริ่มแสดง เริ่มอยากพิสูจน์ เริ่มอยากให้เขาชอบ เริ่มอยากแก้คำเข้าใจผิดทั้งที่ยังไม่ได้ถาม

ถ้าจับได้ตรงนั้น…ขอแค่หยุดสักครู่ หายใจให้ลึกอีกนิด แล้วหยิบรีโมทกลับมาแบบเงียบ ๆ

ไม่ต้องประกาศ ไม่ต้องทำพิธี ไม่ต้องทำหน้าขึง แค่หยิบกลับมาเฉย ๆ เหมือนเก็บกุญแจรถก่อนเดินเข้าบ้านนั่นแหละ

คำยืนยันจากคนอื่นยังมีความหมายนะ
ผมยังยิ้มทุกครั้งที่ได้รับ แต่ผมเริ่มอยากให้ “คำยืนยันหลัก” มาจากข้างในของผมเองมากกว่า

อนุมัติให้ตัวเองเป็นมนุษย์ที่ยังฝึกอยู่ ยังพลาดได้ ยังกลับตัวได้ ยังเติบโตได้

สุดท้าย…ถ้าวันไหนรู้สึกว่าใจเราเหมือนถูกคนอื่นกดปุ่ม ก็ลองล้วงกระเป๋าตัวเองดู เผื่อรีโมทความสุขมันจะเผลอไปอยู่ในกระเป๋าเขาอีกแล้ว

เก็บรีโมทกลับมาไว้กับตัวเถอะ…

อย่างน้อยเวลาจะเศร้า จะงอน จะฮึด เราจะได้เป็นคนกดเอง ไม่ใช่รอให้ใครเผลอกดให้อีก

#jakkdiary #siamstr