Damus
nostrich profile picture
nostrich


“เงินสด” ของวอร์เรน บัฟเฟตต์

แท้จริงคือ ตัวเงินคลัง : กลไก ผลตอบแทน และบทเรียนเชิงโครงสร้างที่นักลงทุนมักเข้าใจผิด

บทความนี้เรียบเรียง วิเคราะห์ และขยายความจากโพสต์ต้นทางของเพจ
TODAY Bizview
ผู้เขียนขอให้เครดิตเจ้าของโพสต์อย่างชัดเจน
และต่อยอดด้วยกรอบเศรษฐศาสตร์การเงิน + งานวิจัยเชิงวิชาการ (อ้างอิงในวงเล็บ)



1. ความเข้าใจผิดระดับมหาชน:

“บัฟเฟตต์ถือเงินสด = ไม่กล้าลงทุน?”

ในช่วงที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
ข่าวที่ปรากฏซ้ำๆ คือ

Warren Buffett ถือเงินสดจำนวนมากผิดปกติ

และมักถูกตีความทันทีว่า
• ตลาดแพง
• บัฟเฟตต์กลัว
• หรือกำลังรอวิกฤติ

แต่การตีความเช่นนี้ ผิดทั้งเชิงเทคนิคและเชิงโครงสร้าง

เพราะ “เงินสด” ของบัฟเฟตต์
ไม่ใช่เงินสดในความหมายของบัญชีออมทรัพย์



2. เงินสดของบัฟเฟตต์คืออะไรจริงๆ

เงินสดที่อยู่ในงบดุลของ
Berkshire Hathaway
ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ
• US Treasury Bills (T-Bills)
• พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุไม่เกิน 1 ปี
• สินทรัพย์สภาพคล่องสูงสุดของระบบการเงินโลก

ในเชิงเศรษฐศาสตร์
สิ่งนี้เรียกว่า “Cash Equivalent” ไม่ใช่ Cash ธรรมดา
(Mishkin, 2019)



3. กลไกผลตอบแทนของตัวเงินคลัง

ทำไม “เงินสด” นี้ให้ผลตอบแทน 4–5% ต่อปีได้

ตัวเงินคลัง ไม่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด
แต่ให้ผลตอบแทนผ่าน ส่วนลด (Discount)

ตัวอย่างเชิงกลไก:
• รัฐบาลต้องการเงิน 100 ล้านดอลลาร์
• ออก T-Bill มูลค่าหน้าตั๋ว 104 ล้าน
• ขายที่ราคา 100 ล้าน
• ส่วนต่าง 4 ล้าน = ผลตอบแทนผู้ถือ

นี่คือ Zero-Coupon Instrument
ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคาต่ำมาก
เพราะระยะเวลาสั้น (Duration ต่ำมาก)
(Fabozzi, 2013)



4. เหตุใด T-Bill จึงถูกนับเป็น “เงินสด” ในทางทฤษฎี

ในกรอบการเงินสมัยใหม่
T-Bill ถูกใช้เป็น:
• Risk-free rate
• Collateral หลักในระบบ Repo
• Benchmark ของสินทรัพย์ทั้งหมด

กล่าวอีกแบบ:

T-Bill คือเงินสดของระบบการเงินระดับสถาบัน

ไม่ใช่เงินฝากธนาคาร
และปลอดภัยกว่าเงินฝากในเชิงโครงสร้าง
(Gorton & Metrick, 2012)



5. จุดสำคัญที่นักลงทุนรายย่อยพลาด:

บัฟเฟตต์ “ไม่ได้หนีความเสี่ยง” แต่กำลัง “ล็อกโครงสร้าง”

สิ่งที่บัฟเฟตต์ทำคือ:
• ลดความเสี่ยงจากราคาสินทรัพย์ระยะยาว
• แต่ยังคงได้รับ Return on Cash เต็มหน่วย

ซึ่งสอดคล้องกับสมการที่ Bridgewater ใช้:

Return = Cash + Beta + Alpha

เมื่อ:
• Alpha หายาก
• Beta แพง
• Cash ให้ผลตอบแทนสูง

การเพิ่มสัดส่วน Cash Equivalent
จึงเป็นการตัดสินใจเชิงเหตุผล
(Ilmanen, 2011)



6. บทเรียนเชิง Risk Parity:

“เงินสดไม่ใช่ศูนย์ผลตอบแทนเสมอไป”

ในโลกดอกเบี้ยต่ำก่อนปี 2020
Cash = Drag

แต่ในโลกหลังเงินเฟ้อ:
• Cash กลับมาเป็น Asset Class เต็มรูปแบบ
• ให้ Sharpe Ratio สูงมาก
• และมี Correlation ต่ำกับสินทรัพย์เสี่ยง

นี่คือเหตุผลที่:
• กองทุนสถาบัน
• กลยุทธ์ All Weather
• และนักลงทุนระดับมหภาค

เพิ่มน้ำหนัก T-Bill อย่างมีนัยสำคัญ
(Asness et al., 2023)



7. คนธรรมดาทำตามได้ไหม?

คำตอบคือ ได้ในเชิงโครงสร้าง แต่ไม่เหมือนในเชิงสกุลเงิน

ทางเลือกของนักลงทุนไทย:
1. กองทุนตลาดเงิน / กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น
2. กองทุนที่ลงทุนใน T-Bill สหรัฐ (ผ่าน ETF)
3. พันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น

แต่ต้องเข้าใจว่า:
• การลงทุน T-Bill สหรัฐ มี Currency Risk
• บัฟเฟตต์ไม่มีความเสี่ยงนี้ เพราะใช้ดอลลาร์เป็นฐาน

ดังนั้น
การ “เลียนแบบ” ต้องเลียนแบบ โครงสร้างความคิด
ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์



8. ประเด็นสำคัญที่ TODAY Bizview สื่อได้ถูกต้อง

โพสต์ต้นทางของ TODAY Bizview ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า:
• เงินสดของบัฟเฟตต์ไม่ใช่เงินนอนเฉย
• แต่เป็นการบริหารสภาพคล่องเชิงรุก
• และเป็นผลของโครงสร้างดอกเบี้ย ไม่ใช่การทำนายตลาด

นี่เป็นการสื่อสารที่ หายากและมีคุณภาพ
ในพื้นที่สื่อการเงินไทย



9. บทสรุปเชิงลึก:

สิ่งที่บัฟเฟตต์กำลังสอนเรา (โดยไม่พูด)

ในบางช่วงของวัฏจักร
การไม่เสี่ยงเพิ่ม
คือการตัดสินใจที่มีเหตุผลที่สุด

บัฟเฟตต์ไม่ได้:
• หนีตลาด
• กลัวอนาคต

แต่กำลัง:
• เคารพโครงสร้างดอกเบี้ย
• เคารพความไม่แน่นอน
• และใช้ “เงินสด” อย่างที่มันควรถูกใช้



เอกสารอ้างอิง (บางส่วน)
• Mishkin, F. (2019). The Economics of Money, Banking and Financial Markets
• Fabozzi, F. (2013). Bond Markets, Analysis, and Strategies
• Ilmanen, A. (2011). Expected Returns
• Gorton, G., & Metrick, A. (2012). Regulating the Shadow Banking System
• Asness, C. et al. (2023). The New Role of Cash in Portfolios



10) ทำไม “เงินสด” ถึงกลับมาทรงพลังในวัฏจักรนี้

หลังปี 2020 โลกการเงินเปลี่ยน regime อย่างชัดเจน
• เงินเฟ้อกลับมา
• ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง
• เส้นอัตราผลตอบแทนระยะสั้น (front end) ขยับขึ้นเหนือระยะยาว

ผลคือ T-Bills ให้ผลตอบแทนที่ “แข่งขันได้” กับหุ้นปันผล
โดยมีความผันผวนต่ำมาก (Duration ต่ำ)
(Fabozzi, 2013; Duffie, 2020)

สำหรับนักลงทุนระดับสถาบัน นี่ไม่ใช่การหนีความเสี่ยง
แต่คือการ รีบูตโครงสร้างพอร์ต ให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยจริงที่เป็นบวก
(Ilmanen, 2022)



11) มุมมองของ Warren Buffett:

Cash คือ “สิทธิในการรอ” (Option to Wait)

ในเชิงทฤษฎีการตัดสินใจ
การถือเงินคลังระยะสั้นให้ผลตอบแทนสองชั้น:
1. Carry จากดอกเบี้ย
2. Optionality – ความสามารถในการเข้าซื้อเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับลง

บัฟเฟตต์เคยเน้นเสมอว่า

ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการถูกบังคับให้ขาย

T-Bills ลดความเสี่ยงนี้ลงอย่างมาก
เพราะเป็น Collateral ชั้นสูงสุดของระบบการเงิน
(Gorton & Metrick, 2012)



12) “เงินสด” ในสมการ Return = Cash + Beta + Alpha

ทำไม Cash จึงไม่ใช่ส่วนที่ควรถูกมองข้าม

ในช่วงดอกเบี้ยต่ำยาวนาน Cash เคยเป็น Drag
แต่ใน regime ปัจจุบัน Cash กลับเป็น Engine:
• Sharpe Ratio สูง (ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดี)
• Correlation ต่ำ กับสินทรัพย์เสี่ยง
• Liquidity Premium สูงในช่วงตลาดตึงตัว

งานวิจัยชี้ว่า การเพิ่มน้ำหนัก Cash ในช่วงดอกเบี้ยสูง
ช่วยลด Drawdown โดยไม่ทำลายผลตอบแทนคาดหวัง
(Asness et al., 2023)



13) บทเรียนเชิง Risk Parity / All Weather

Cash คือ “ตัวถ่วงสมดุล” ไม่ใช่ที่จอดรถ

ในกรอบ Risk Parity
Cash ทำหน้าที่:
• ลดความผันผวนรวมของพอร์ต
• เปิดพื้นที่ให้การรับความเสี่ยงในสินทรัพย์อื่นอย่างมีวินัย
• ช่วยให้พอร์ตยืนระยะผ่าน Shock หลายรูปแบบ

นี่สอดคล้องกับปรัชญาของ
Bridgewater Associates
ที่เน้น “อยู่รอดในทุกสภาพอากาศ” มากกว่าชนะระยะสั้น
(Bridgewater, 2012)



14) คนไทย “ทำตาม” อย่างไรให้ไม่พลาดแกน

โพสต์ของ TODAY Bizview ชี้ถูกจุดว่า
คนไทยต้องระวัง Currency Risk หากถือ T-Bills สหรัฐโดยตรง

แนวทางเชิงโครงสร้าง:
• ไม่ไล่ผลตอบแทน แต่จัดบทบาท Cash ให้ถูก
• เลือกเครื่องมือที่ Duration สั้น / สภาพคล่องสูง
• แยก “เงินสำรองสภาพคล่อง” ออกจาก “เงินเสี่ยงระยะยาว”

สำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ อาจใช้ ETF ระยะสั้น (เช่น T-Bill ETFs)
แต่ต้องเข้าใจความผันผวนจากค่าเงิน
สำหรับในประเทศ พันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น/กองทุนตลาดเงิน
อาจให้ผลตอบแทนน้อยกว่า แต่ ลดความเสี่ยงระบบโดยรวม
(Mishkin, 2019)



15) ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย (และควรเลิกเชื่อ)
• ❌ เงินสด = กลัวตลาด
• ❌ เงินสด = ผลตอบแทนศูนย์
• ❌ บัฟเฟตต์ถือเงินสดแปลว่าตลาดจะพัง

สิ่งที่ถูกต้องกว่า:
• ✔️ เงินสดคือสินทรัพย์ที่ ตอบโจทย์วัฏจักรดอกเบี้ย
• ✔️ เงินสดคือเครื่องมือจัดการความไม่แน่นอน
• ✔️ การถือ Cash Equivalent คือการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เชิงทำนาย



16) บทสรุปสุดท้าย: สิ่งที่ TODAY Bizview “จับแก่น” ได้ถูกต้อง

บทความต้นทางของ TODAY Bizview สื่อสารประเด็นสำคัญอย่างแม่นยำว่า
• “เงินสด” ของบัฟเฟตต์คือ ตัวเงินคลัง
• ผลตอบแทน 4–5% มาจาก โครงสร้างดอกเบี้ย ไม่ใช่เวทมนตร์
• คนธรรมดาทำตามได้ หากเข้าใจข้อจำกัดของตนเอง

นี่คือการยกระดับความเข้าใจการเงินจาก
การดูตัวเลข → การมองโครงสร้าง



เอกสารอ้างอิง (บางส่วน)
• Fabozzi, F. (2013). Bond Markets, Analysis, and Strategies
• Mishkin, F. (2019). The Economics of Money, Banking and Financial Markets
• Gorton, G., & Metrick, A. (2012). Regulating the Shadow Banking System
• Duffie, D. (2020). Intermediation of U.S. Treasury Markets
• Ilmanen, A. (2022). The Changing Role of Cash
• Asness, C. et al. (2023). Cash as an Asset Class

#Siamstr #nostr #warrenbuffett