7 ระดับของผู้คนในโลกบิตคอยน์

เพิ่งดูคลิปล่าสุดของ The Exit Manual ไป
เป็นช่องใหม่ๆ ที่ผมชอบที่สุดเลยช่วงนี้
คลิปนี้ผมว่าน่าสนใจดี
ทำให้เห็นมุมมองคนหลายๆ แบบ
โดยเค้าแบ่งคนออกเป็น 7 ระดับ
มาดูกันว่าเราเป็นระดับไหน
ระดับ 1 The Never Coiners
ผู้ต่อต้านบิตคอยน์
คนกลุ่มนี้มองว่าบิตคอยน์เป็นเรื่องหลอกลวง
เป็นแชร์ลูกโซ่
หรือเป็นของเล่นสำหรับพวกบ้าเทคโนโลยี
พวกเขาเชื่อมั่นมูลค่าของมันจะเป็นศูนย์ในสักวันหนึ่ง
มักจะมีความเกลียดชังต่อบิตคอยน์อย่างรุนแรง
และมองคนที่ซื้อว่าเป็นคนโง่
พฤติกรรม: วิจารณ์บิตคอยน์ทุกครั้งที่มีโอกาส
มักหาเหตุผลร้อยแปดมาสนับสนุนความเชื่อ
ที่ว่าบิตคอยน์จะล้มเหลว
ตัวอย่าง: Peter Schiff
นักลงทุนทองคำชื่อดัง
ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับบิตคอยน์ตลอดกาล
ทวีตโจมตีบิตคอยน์ทุกครั้งที่ราคาลง
แต่เงียบกริบเมื่อราคาขึ้น
Warren Buffett & Charlie Munger
ผู้เปรียบบิตคอยน์ว่าเป็น "ยาเบื่อหนู"
และมองว่าไม่มีมูลค่าใดๆ
ระดับ 2 The Bitcoin Traders
นักเทรดบิตคอยน์
ระดับนี้คือคนที่มองบิตคอยน์เป็นเพียง "สินค้า"
สำหรับเก็งกำไร
ไม่ได้ศรัทธาในอุดมการณ์ของมัน
พวกเขามักจะซื้อๆ ขายๆ หวังกำไรระยะสั้น
มีความเครียดสูงและมักเฝ้าหน้าจอกราฟตลอดเวลา
พฤติกรรม: ตื่นเต้นเมื่อกราฟเขียว
ตื่นตระหนกเมื่อกราฟแดง
ใช้เลเวอเรจสูง
มักใช้แอปอย่าง Robinhood หรือเว็บเทรดทั่วไป
และมักขายหมู (ขายเร็วเกินไป)
เพราะไม่มีความเชื่อมั่นที่จะถือยาว
ตัวอย่าง: Jim Cramer
พิธีกรชื่อดังที่เดี๋ยวเชียร์เดี๋ยวแช่ง
เปลี่ยนจุดยืนตามราคาที่วิ่งรายวัน
Dave Portnoy
เจ้าของ Barstool Sports
ที่เคยเข้ามาซื้อบิตคอยน์ตอนราคาสูง
แล้วตกใจขายทิ้งตอนราคาตก
พร้อมบ่นออกสื่อ
ระดับ 3 The Crypto People
ชาวคริปโต / สาย Altcoin
คนกลุ่มนี้เปิดกว้างต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน
แต่กลับมองข้ามความพิเศษของบิตคอยน์
พวกเขาชอบลงทุนในเหรียญทางเลือก (Altcoins)
หรือเหรียญมีม (Meme coins)
โดยหวังว่าจะเจอ "The Next Bitcoin"
ที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล
พฤติกรรม: กระจายความเสี่ยงไปในเหรียญต่างๆ
เชื่อมั่นในโปรเจกต์ใหม่ๆ
ที่อ้างว่าเทคโนโลยีดีกว่าบิตคอยน์
ตัวอย่าง: Vitalik Buterin
ผู้สร้าง Ethereum
เป็นตัวแทนฝั่งเทคโนโลยีและ Smart Contract
ที่มองว่าบล็อกเชนทำอะไรได้มากกว่าแค่เก็บมูลค่า
ซึ่งชาวบิตคอยน์บางกลุ่มมองว่าเป็น "Shitcoiner"
Elon Musk (ช่วงปี 2021)
ตอนที่เขาเชียร์เหรียญ Dogecoin
และปั่นกระแสรักษ์โลกเพื่อโจมตีบิตคอยน์
เป็นตัวแทนของคนที่หลงใหลใน Memecoins
และกระแสโซเชียลมากกว่าพื้นฐาน
ระดับ 4 The Bitcoin Maximalists
บิตคอยน์แม็กซิมัลลิสต์
เมื่อผ่านความเจ็บปวดจากระดับก่อนหน้ามาได้
คนกลุ่มนี้จะตระหนักว่า "มีเพียงบิตคอยน์เท่านั้น"
ที่เป็นของจริง
พวกเขาเข้าใจถึงปัญหาของเงินเฟียต (Fiat Money)
และระบบธนาคารกลางอย่างลึกซึ้ง
พฤติกรรม: ศึกษาทฤษฎีการเงิน ปรัชญา
และเชื่อว่าบิตคอยน์คือทางรอดเดียว
อาจดูเป็นคนหัวรุนแรงในสายตาคนนอก
แต่ข้อมูลที่พวกเขามีมักจะถูกต้องเสมอ
ตัวอย่าง: Michael Saylor
เจ้าของวลีเด็ด "There is no second best"
(ไม่มีที่สองรองจากบิตคอยน์)
เขาคือตัวแทนสูงสุดของระดับนี้
ที่ขายทรัพย์สินอื่นเพื่อมาถือบิตคอยน์
และมองทุกอย่างผ่านเลนส์ของบิตคอยน์
Max Keiser ผู้สนับสนุนบิตคอยน์รุ่นเก๋า
มีบุคลิกดุดัน เกรี้ยวกราดต่อธนาคารกลาง
และเหรียญ Altcoin ทุกชนิดอย่างรุนแรง
ระดับ 5 The Bitcoiners
ชาวบิตคอยน์ตัวจริง
ระดับนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนมาตรฐานบิตคอยน์
พวกเขาเลิกพยายามโน้มน้าวคนอื่น (เพราะเสียเวลา)
แต่เน้นไปที่การลงมือทำจริง
เช่น การรันโหนด (Node)
หรือขุดบิตคอยน์ใช้เองที่บ้าน
พฤติกรรม: เก็บความมั่งคั่ง 70-90% ไว้ในบิตคอยน์
มีความรู้เรื่องการเก็บรักษา (Self-custody) ขั้นสูง
ใช้ Lightning Network คล่องแคล่ว
ตัวอย่าง: Jack Dorsey
ผู้ก่อตั้ง Twitter
ที่ปัจจุบันหันมาสร้างเทคโนโลยีเพื่อบิตคอยน์
เช่น Block, TBD
สนับสนุนการขุดแบบรักษ์โลก
และใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่โฟกัสที่บิตคอยน์
Ben Perrin
ผู้ที่ทำคอนเทนต์สอนวิธีใช้งาน Hardware Wallet
การรัน Node
และการใช้บิตคอยน์ในชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ
ระดับ 6 The Cypherpunks
ไซเฟอร์พังค์
กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี
และความเป็นส่วนตัว (Privacy)
พวกเขาคือผู้สร้างเครื่องมือ
ที่คนระดับ Level 4 และ 5 ใช้กัน
ให้ความสำคัญกับการไม่ระบุตัวตน
และเสรีภาพทางข้อมูล
พฤติกรรม: ใช้ Tor, VPN, CoinJoin
และเครื่องมือปกปิดตัวตนขั้นสูง
มองว่าความเป็นส่วนตัวคือพลังอำนาจที่แท้จริง
ตัวอย่าง: Adam Back
CEO ของ Blockstream
และผู้คิดค้น Hashcash
(ต้นแบบของระบบขุดบิตคอยน์)
เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว
และการเข้ารหัสมาตั้งแต่ก่อนบิตคอยน์เกิด
Hal Finney
ผู้รับโอนบิตคอยน์คนแรกจากซาโตชิ
ผู้ที่เน้นย้ำเรื่องเสรีภาพ
และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลมาตลอดชีวิต
ระดับ 7: Transcendence
ผู้หลุดพ้น
ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามทุกอย่าง
พวกเขาอาจเป็นผู้สร้าง
หรือผู้ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาล
แต่เลือกที่จะ "หายตัวไป"
หรือบางทีอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้
ไม่ต้องการชื่อเสียง
ไม่ต้องการการยอมรับ
เข้าใจสัจธรรมและใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
พฤติกรรม: ไม่ยึดติดกับราคา
ไม่โต้เถียงในโซเชียลมีเดีย
เพียงแค่ถือครองสินทรัพย์ที่เปลี่ยนโลก
แล้วใช้ชีวิตเงียบๆ
ตัวอย่าง: Satoshi Nakamoto
ผู้สร้างที่แท้จริง
ไม่เปิดเผยตัวตน
ไม่แตะต้องเหรียญที่ตัวเองขุด (ประมาณ 1 ล้าน BTC)
และหายตัวไปเพื่อให้บิตคอยน์เติบโตได้ด้วยตัวเอง
โดยไม่ต้องมีผู้นำ
Mircea Popescu
หนึ่งในตำนาน Bitcoin OG
ถือครองเหรียญมหาศาล
และมีปรัชญาที่ลึกซึ้ง
เกี่ยวกับเสรีภาพ
ที่สุด
ท้ายก็จากโลกนี้ไปโดยทิ้งความเป็นตำนานไว้
แล้วทุกคนอยู่ในระดับไหนกันบ้างครับ
ปล. ผมลองปรับข้อความในสไตล์เพจคุณแอนนาเบล ผมว่าอ่านง่ายดี
#siamstr

เพิ่งดูคลิปล่าสุดของ The Exit Manual ไป
เป็นช่องใหม่ๆ ที่ผมชอบที่สุดเลยช่วงนี้
คลิปนี้ผมว่าน่าสนใจดี
ทำให้เห็นมุมมองคนหลายๆ แบบ
โดยเค้าแบ่งคนออกเป็น 7 ระดับ
มาดูกันว่าเราเป็นระดับไหน
ระดับ 1 The Never Coiners
ผู้ต่อต้านบิตคอยน์
คนกลุ่มนี้มองว่าบิตคอยน์เป็นเรื่องหลอกลวง
เป็นแชร์ลูกโซ่
หรือเป็นของเล่นสำหรับพวกบ้าเทคโนโลยี
พวกเขาเชื่อมั่นมูลค่าของมันจะเป็นศูนย์ในสักวันหนึ่ง
มักจะมีความเกลียดชังต่อบิตคอยน์อย่างรุนแรง
และมองคนที่ซื้อว่าเป็นคนโง่
พฤติกรรม: วิจารณ์บิตคอยน์ทุกครั้งที่มีโอกาส
มักหาเหตุผลร้อยแปดมาสนับสนุนความเชื่อ
ที่ว่าบิตคอยน์จะล้มเหลว
ตัวอย่าง: Peter Schiff
นักลงทุนทองคำชื่อดัง
ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับบิตคอยน์ตลอดกาล
ทวีตโจมตีบิตคอยน์ทุกครั้งที่ราคาลง
แต่เงียบกริบเมื่อราคาขึ้น
Warren Buffett & Charlie Munger
ผู้เปรียบบิตคอยน์ว่าเป็น "ยาเบื่อหนู"
และมองว่าไม่มีมูลค่าใดๆ
ระดับ 2 The Bitcoin Traders
นักเทรดบิตคอยน์
ระดับนี้คือคนที่มองบิตคอยน์เป็นเพียง "สินค้า"
สำหรับเก็งกำไร
ไม่ได้ศรัทธาในอุดมการณ์ของมัน
พวกเขามักจะซื้อๆ ขายๆ หวังกำไรระยะสั้น
มีความเครียดสูงและมักเฝ้าหน้าจอกราฟตลอดเวลา
พฤติกรรม: ตื่นเต้นเมื่อกราฟเขียว
ตื่นตระหนกเมื่อกราฟแดง
ใช้เลเวอเรจสูง
มักใช้แอปอย่าง Robinhood หรือเว็บเทรดทั่วไป
และมักขายหมู (ขายเร็วเกินไป)
เพราะไม่มีความเชื่อมั่นที่จะถือยาว
ตัวอย่าง: Jim Cramer
พิธีกรชื่อดังที่เดี๋ยวเชียร์เดี๋ยวแช่ง
เปลี่ยนจุดยืนตามราคาที่วิ่งรายวัน
Dave Portnoy
เจ้าของ Barstool Sports
ที่เคยเข้ามาซื้อบิตคอยน์ตอนราคาสูง
แล้วตกใจขายทิ้งตอนราคาตก
พร้อมบ่นออกสื่อ
ระดับ 3 The Crypto People
ชาวคริปโต / สาย Altcoin
คนกลุ่มนี้เปิดกว้างต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน
แต่กลับมองข้ามความพิเศษของบิตคอยน์
พวกเขาชอบลงทุนในเหรียญทางเลือก (Altcoins)
หรือเหรียญมีม (Meme coins)
โดยหวังว่าจะเจอ "The Next Bitcoin"
ที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล
พฤติกรรม: กระจายความเสี่ยงไปในเหรียญต่างๆ
เชื่อมั่นในโปรเจกต์ใหม่ๆ
ที่อ้างว่าเทคโนโลยีดีกว่าบิตคอยน์
ตัวอย่าง: Vitalik Buterin
ผู้สร้าง Ethereum
เป็นตัวแทนฝั่งเทคโนโลยีและ Smart Contract
ที่มองว่าบล็อกเชนทำอะไรได้มากกว่าแค่เก็บมูลค่า
ซึ่งชาวบิตคอยน์บางกลุ่มมองว่าเป็น "Shitcoiner"
Elon Musk (ช่วงปี 2021)
ตอนที่เขาเชียร์เหรียญ Dogecoin
และปั่นกระแสรักษ์โลกเพื่อโจมตีบิตคอยน์
เป็นตัวแทนของคนที่หลงใหลใน Memecoins
และกระแสโซเชียลมากกว่าพื้นฐาน
ระดับ 4 The Bitcoin Maximalists
บิตคอยน์แม็กซิมัลลิสต์
เมื่อผ่านความเจ็บปวดจากระดับก่อนหน้ามาได้
คนกลุ่มนี้จะตระหนักว่า "มีเพียงบิตคอยน์เท่านั้น"
ที่เป็นของจริง
พวกเขาเข้าใจถึงปัญหาของเงินเฟียต (Fiat Money)
และระบบธนาคารกลางอย่างลึกซึ้ง
พฤติกรรม: ศึกษาทฤษฎีการเงิน ปรัชญา
และเชื่อว่าบิตคอยน์คือทางรอดเดียว
อาจดูเป็นคนหัวรุนแรงในสายตาคนนอก
แต่ข้อมูลที่พวกเขามีมักจะถูกต้องเสมอ
ตัวอย่าง: Michael Saylor
เจ้าของวลีเด็ด "There is no second best"
(ไม่มีที่สองรองจากบิตคอยน์)
เขาคือตัวแทนสูงสุดของระดับนี้
ที่ขายทรัพย์สินอื่นเพื่อมาถือบิตคอยน์
และมองทุกอย่างผ่านเลนส์ของบิตคอยน์
Max Keiser ผู้สนับสนุนบิตคอยน์รุ่นเก๋า
มีบุคลิกดุดัน เกรี้ยวกราดต่อธนาคารกลาง
และเหรียญ Altcoin ทุกชนิดอย่างรุนแรง
ระดับ 5 The Bitcoiners
ชาวบิตคอยน์ตัวจริง
ระดับนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนมาตรฐานบิตคอยน์
พวกเขาเลิกพยายามโน้มน้าวคนอื่น (เพราะเสียเวลา)
แต่เน้นไปที่การลงมือทำจริง
เช่น การรันโหนด (Node)
หรือขุดบิตคอยน์ใช้เองที่บ้าน
พฤติกรรม: เก็บความมั่งคั่ง 70-90% ไว้ในบิตคอยน์
มีความรู้เรื่องการเก็บรักษา (Self-custody) ขั้นสูง
ใช้ Lightning Network คล่องแคล่ว
ตัวอย่าง: Jack Dorsey
ผู้ก่อตั้ง Twitter
ที่ปัจจุบันหันมาสร้างเทคโนโลยีเพื่อบิตคอยน์
เช่น Block, TBD
สนับสนุนการขุดแบบรักษ์โลก
และใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่โฟกัสที่บิตคอยน์
Ben Perrin
ผู้ที่ทำคอนเทนต์สอนวิธีใช้งาน Hardware Wallet
การรัน Node
และการใช้บิตคอยน์ในชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ
ระดับ 6 The Cypherpunks
ไซเฟอร์พังค์
กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี
และความเป็นส่วนตัว (Privacy)
พวกเขาคือผู้สร้างเครื่องมือ
ที่คนระดับ Level 4 และ 5 ใช้กัน
ให้ความสำคัญกับการไม่ระบุตัวตน
และเสรีภาพทางข้อมูล
พฤติกรรม: ใช้ Tor, VPN, CoinJoin
และเครื่องมือปกปิดตัวตนขั้นสูง
มองว่าความเป็นส่วนตัวคือพลังอำนาจที่แท้จริง
ตัวอย่าง: Adam Back
CEO ของ Blockstream
และผู้คิดค้น Hashcash
(ต้นแบบของระบบขุดบิตคอยน์)
เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว
และการเข้ารหัสมาตั้งแต่ก่อนบิตคอยน์เกิด
Hal Finney
ผู้รับโอนบิตคอยน์คนแรกจากซาโตชิ
ผู้ที่เน้นย้ำเรื่องเสรีภาพ
และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลมาตลอดชีวิต
ระดับ 7: Transcendence
ผู้หลุดพ้น
ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามทุกอย่าง
พวกเขาอาจเป็นผู้สร้าง
หรือผู้ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาล
แต่เลือกที่จะ "หายตัวไป"
หรือบางทีอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้
ไม่ต้องการชื่อเสียง
ไม่ต้องการการยอมรับ
เข้าใจสัจธรรมและใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
พฤติกรรม: ไม่ยึดติดกับราคา
ไม่โต้เถียงในโซเชียลมีเดีย
เพียงแค่ถือครองสินทรัพย์ที่เปลี่ยนโลก
แล้วใช้ชีวิตเงียบๆ
ตัวอย่าง: Satoshi Nakamoto
ผู้สร้างที่แท้จริง
ไม่เปิดเผยตัวตน
ไม่แตะต้องเหรียญที่ตัวเองขุด (ประมาณ 1 ล้าน BTC)
และหายตัวไปเพื่อให้บิตคอยน์เติบโตได้ด้วยตัวเอง
โดยไม่ต้องมีผู้นำ
Mircea Popescu
หนึ่งในตำนาน Bitcoin OG
ถือครองเหรียญมหาศาล
และมีปรัชญาที่ลึกซึ้ง
เกี่ยวกับเสรีภาพ
ที่สุด
ท้ายก็จากโลกนี้ไปโดยทิ้งความเป็นตำนานไว้
แล้วทุกคนอยู่ในระดับไหนกันบ้างครับ
ปล. ผมลองปรับข้อความในสไตล์เพจคุณแอนนาเบล ผมว่าอ่านง่ายดี
#siamstr