Damus

Recent Notes

blchatyai profile picture
"เน็ตตัด = บิตคอยน์จบ?" ❌





บิตคอยน์ไม่ได้ต้องการอินเทอร์เน็ต
แต่ต้องการแค่ "ช่องทางสื่อสาร"

มาดูกันว่าเราจะส่งเงินแบบออฟไลน์
ด้วย Bitchat และ Cashu ได้อย่างไร?

เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุกพร้อมจิบกาแฟ
📅 อาทิตย์ที่ 25 ม.ค. นี้ 08.00 น.
📍 Mermaid Cafe หาดใหญ่

มาจอยกันครับ ยินดีต้อนรับทั้งคนใหม่คนเก่าเลย #siamstr

https://maps.app.goo.gl/jrnMaoRnYRHrB3Qi9?g_st=ic
blchatyai profile picture
"เน็ตตัด = บิตคอยน์จบ?" ❌





บิตคอยน์ไม่ได้ต้องการอินเทอร์เน็ต
แต่ต้องการแค่ "ช่องทางสื่อสาร"

มาดูกันว่าเราจะส่งเงินแบบออฟไลน์
ด้วย Bitchat และ Cashu ได้อย่างไร?

เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุกพร้อมจิบกาแฟ
📅 อาทิตย์ที่ 25 ม.ค. นี้ 08.00 น.
📍 Mermaid Cafe หาดใหญ่

มาจอยกันครับ ยินดีต้อนรับทั้งคนใหม่คนเก่าเลย

https://maps.app.goo.gl/jrnMaoRnYRHrB3Qi9?g_st=ic
blchatyai profile picture
It's 6 stores out of 100 accepting Bitcoin in Hatyai!!!!

94 lefts to reach our goal in 2026.





#siamstr #bitcoin
blchatyai profile picture
รีวิวคลาสเรียน การเก็บบิตกรวย
ใน Hardware Wallet อย่างปลอดภัย
ชั่วกัปชั่วกัลป์ by DJ TAR

เราเคยเห็นข่าวแบบ FTX
ที่เป็นตลาดซื้อขายคริปโต
ปิด เชิดเงินหนี
คนที่เงินอยู่กับเค้าก็ซวย ไม่ได้เงินคืน

แต่บิตกรวยเป็นเงินดิจิตอลที่แปลกประหลาดมาก
เราสามารถเอาออกมาเก็บแบบออฟไลน์
ใส่กล่องหลังตู้เย็นเก็บเอาไว้ได้
แต่ดันไม่เอาออกมาเก็บ ดันไปฝากเค้าไว้

เหตุผลก็เพราะเรากลัว กลัวทำหาย
เพราะเก็บเอง = ไม่มีคนช่วยรับผิดชอบ
หายแล้วหายเลย
ดังนั้น ต้องมีความมั่นใจมากพอ ที่จะเอาออกมาเก็บ

เกริ่นมาตั้งนาน
นี่แหละเหตุผลที่้ต้องไปเรียนกับ DJ TAR
555555

พี่ต้า เริ่มตั้งแต่การพูดถึงพื้นฐานของบิตกรวย
เพื่อให้เราเข้าใจถึงลักษณะของมันมากขึ้น

และต่อมาก็คือจับมือทำ
เราได้ลองตั้งแต่แกะกล่องเอง
กล่องต้องแกะยาก ไม่มีร่องรอยว่าเคยแกะ

ได้ลองต่อ Trezor จริงๆ
ได้ลองรับเงิน และส่งเงินจาก HW
ได้นั่งจด Seed Phrase
ได้ฝึกทำ HW หาย
ได้ฝึก Recovery
ได้ใช้ Cryptosafe เก็บ Seed Phrase แบบชั่วกัป
ได้ใจตุ้มๆ ต่อมๆ จากการรอบิตคับประกาศธุรกรรม
ได้ลองใช้ซื้อเบอร์เกอร์เฮียบอล
ร้านเฮียบอล Freedom Space & Save Burger

ได้เจอเพื่อนที่คุยกันถูกคอ
โลกกลมมาก เรียนมธ. รุ่นเดียวกันด้วย
และได้เมากับเบียร์ Decentralized

ผมเคยคิดว่าเราดูจากยูทูปเอาได้
แต่สิ่งที่ยูทูปให้ไม่ได้คือความมั่นใจ
ที่ได้จากการจับมือทำ
รวมถึงการรู้ว่าเราไม่รู้อะไร จากผู้มีประสบการณ์

คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
แม้จะต้องเดินทางไปกลับหาดใหญ่
เดินจาก MRT วงศ์สว่างอีก 15 นาที
แต่ขากลับอาจารย์ใจดีให้ซ้อนมอไซค์ด้วย




ถ้ามีเปิด
อีกทุกคนรีบสมัครนะครับ
สิ่งนี้จะเป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคน ทั้งแก่ ทั้งเด็ก
ต้องรู้เอาไว้ในโลกใหม่ที่กำลังมานี้ครับ

#siamstr
blchatyai profile picture
ร้านค้าในไทยรับชำระเงินด้วย Bitcoin ผิดหรือไม่?



ก่อนอื่นต้องแยกแยะระหว่าง
"ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล" (Intermediaries)
และ "ร้านค้าทั่วไป" (Merchants)
ออกจากกันอย่างชัดเจน
เพราะมีการบังคับใช้กฎหมายต่างกัน

1. สถานะทางกฎหมายของ Bitcoin

ในการชำระหนี้
ตามพระราชบัญญัติเงินตรา
พ.ศ. 2501 มาตรา 6
ระบุให้เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender)
คือธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ไทยเท่านั้น

ดังนั้น Bitcoin
"ไม่ใช่เงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย"

เจ้าหนี้ (ร้านค้า) มีสิทธิปฏิเสธ
ไม่รับ Bitcoin ได้โดยไม่มีความผิด

แต่ในทางกลับกัน
หากร้านค้าและลูกค้า "ตกลงยินยอม"
ทั้งสองฝ่าย (Mutual Consent)
การชำระหนี้นั้นย่อมสมบูรณ์
ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา
(Freedom of Contract)

โดยมีลักษณะเป็น
"การแลกเปลี่ยน" (Barter System)
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 518) คือการนำทรัพย์สิน (Bitcoin)
มาแลกกับทรัพย์สินหรือบริการ
ไม่ใช่การซื้อขายปกติ

2. ข้อห้ามสำคัญจาก ก.ล.ต.
(มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2565)

จุดที่ทำให้เกิดความสับสนว่า "ผิดกฎหมาย"
มาจาก ประกาศคณะกรรมการ
กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ กธ. 5/2565
เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ
ในการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ

ห้าม "ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล"
(เช่น Exchange, Broker, Dealer ที่ได้รับใบอนุญาต) ให้บริการหรือสนับสนุน
การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้า
และบริการ (Means of Payment)

สิ่งที่ห้ามทำ:
• ห้ามทำระบบ QR Code เพื่อรับชำระเงินให้ร้านค้า
• ห้ามโฆษณาเชิญชวนให้ร้านค้ารับคริปโต
• ห้ามเปิด Wallet สำหรับร้านค้าเพื่อรับเงินโดยเฉพาะ

กฎหมายนี้
"บังคับใช้กับผู้ประกอบธุรกิจ (Licensee)"
ไม่ให้ทำตัวเป็น Payment Gateway
แต่ไม่ได้กำหนดโทษทางอาญา
สำหรับร้านค้าทั่วไป
ที่ตกลงรับ Bitcoin
กับลูกค้าโดยตรง (Peer-to-Peer)

3. ร้านค้าทั่วไปรับ Bitcoin ผิดไหม?

ยังไม่มีกฎหมายฉบับใด
ระบุว่าร้านค้าทั่วไปมีความผิดทางอาญา
หากรับชำระด้วย Bitcoin
ผ่านกระเป๋าส่วนตัว โดยไม่ผ่านตัวกลาง
เพราะถือเป็นเรื่องความพึงพอใจระหว่างเอกชน

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง 3 ข้อ

1. ความเสี่ยงจาก ธปท.
ธนาคารแห่งประเทศไทย
เคยออกประกาศขอความร่วมมือ
ไม่ให้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้า
เนื่องจากความผันผวนและความเสี่ยง
แต่ยังไม่มีบทลงโทษทางอาญา
สำหรับร้านค้าขนาดเล็ก (Micro-merchant)
ยกเว้นแต่ร้านค้านั้นจะทำตัวเป็น
"ผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยน"
เสียเองโดยไม่มีใบอนุญาต

2. ภาระทางภาษี (Tax Implications)
กรมสรรพากรถือว่า
Bitcoin เป็น "ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง"
เมื่อร้านค้ารับ Bitcoin
รายได้นั้นถือเป็นเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร

การคำนวณต้องตีมูลค่า Bitcoin เป็นเงินบาท
"ณ เวลาที่ได้รับ"
เพื่อนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
การแลกสินค้ากับ Bitcoin
ถือเป็นการขายสินค้า
ต้องนำมูลค่ามาคิด VAT ด้วย
(หากรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี)

3. กฎหมายฟอกเงิน
หากร้านค้ามีการรับแลกเปลี่ยน
ในปริมาณสูงผิดปกติ
อาจถูกเพ่งเล็งตามกฎหมาย
ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML)

บทสรุป
1. ทำได้
แปะป้ายว่า “Bitcoin Accepted Here" ได้
ถือว่าเป็นสัญญาแลกเปลี่ยน
และให้ลูกค้าโอนเข้า Private Wallet
(Hardware/Software Wallet) ของร้านโดยตรง

2. ห้ามทำ
สมัครบัญชี Merchant กับ Exchange ในไทย
(เช่น Bitkub, Orbix)
เพื่อขอระบบรับชำระเงิน
หรือใช้บริการ Payment Gateway
ที่แปลง Bitcoin เป็นบาทให้อัตโนมัติ
เพราะผู้ให้บริการเหล่านั้นถูกห้าม

3. ข้อแนะนำ
ควรบันทึกมูลค่า ณ เวลาที่รับ (Timestamp)
อย่างละเอียด
เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษี
และป้องกันข้อครหาเรื่องการฟอกเงิน

#siamstr
blchatyai profile picture
อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ โดย DJ TAR เดินทางมาถึงหาดใหญ่เรียบร้อยครับ
#siamstr

blchatyai profile picture
Meet up ใช่ไหมครับ สัปดาห์หน้าอาจจะมีครับ ยังไงเดี๋ยวผมจะโพสต์อัพเดทนะครับ
blchatyai profile picture
7 ระดับของผู้คนในโลกบิตคอยน์





เพิ่งดูคลิปล่าสุดของ The Exit Manual ไป
เป็นช่องใหม่ๆ ที่ผมชอบที่สุดเลยช่วงนี้

คลิปนี้ผมว่าน่าสนใจดี
ทำให้เห็นมุมมองคนหลายๆ แบบ
โดยเค้าแบ่งคนออกเป็น 7 ระดับ

มาดูกันว่าเราเป็นระดับไหน

ระดับ 1 The Never Coiners
ผู้ต่อต้านบิตคอยน์

คนกลุ่มนี้มองว่าบิตคอยน์เป็นเรื่องหลอกลวง
เป็นแชร์ลูกโซ่
หรือเป็นของเล่นสำหรับพวกบ้าเทคโนโลยี

พวกเขาเชื่อมั่นมูลค่าของมันจะเป็นศูนย์ในสักวันหนึ่ง
มักจะมีความเกลียดชังต่อบิตคอยน์อย่างรุนแรง
และมองคนที่ซื้อว่าเป็นคนโง่

พฤติกรรม: วิจารณ์บิตคอยน์ทุกครั้งที่มีโอกาส
มักหาเหตุผลร้อยแปดมาสนับสนุนความเชื่อ
ที่ว่าบิตคอยน์จะล้มเหลว

ตัวอย่าง: Peter Schiff
นักลงทุนทองคำชื่อดัง
ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับบิตคอยน์ตลอดกาล
ทวีตโจมตีบิตคอยน์ทุกครั้งที่ราคาลง
แต่เงียบกริบเมื่อราคาขึ้น

Warren Buffett & Charlie Munger
ผู้เปรียบบิตคอยน์ว่าเป็น "ยาเบื่อหนู"
และมองว่าไม่มีมูลค่าใดๆ

ระดับ 2 The Bitcoin Traders
นักเทรดบิตคอยน์

ระดับนี้คือคนที่มองบิตคอยน์เป็นเพียง "สินค้า"
สำหรับเก็งกำไร
ไม่ได้ศรัทธาในอุดมการณ์ของมัน
พวกเขามักจะซื้อๆ ขายๆ หวังกำไรระยะสั้น
มีความเครียดสูงและมักเฝ้าหน้าจอกราฟตลอดเวลา

พฤติกรรม: ตื่นเต้นเมื่อกราฟเขียว
ตื่นตระหนกเมื่อกราฟแดง
ใช้เลเวอเรจสูง
มักใช้แอปอย่าง Robinhood หรือเว็บเทรดทั่วไป
และมักขายหมู (ขายเร็วเกินไป)
เพราะไม่มีความเชื่อมั่นที่จะถือยาว

ตัวอย่าง: Jim Cramer
พิธีกรชื่อดังที่เดี๋ยวเชียร์เดี๋ยวแช่ง
เปลี่ยนจุดยืนตามราคาที่วิ่งรายวัน

Dave Portnoy
เจ้าของ Barstool Sports
ที่เคยเข้ามาซื้อบิตคอยน์ตอนราคาสูง
แล้วตกใจขายทิ้งตอนราคาตก
พร้อมบ่นออกสื่อ

ระดับ 3 The Crypto People
ชาวคริปโต / สาย Altcoin

คนกลุ่มนี้เปิดกว้างต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน
แต่กลับมองข้ามความพิเศษของบิตคอยน์
พวกเขาชอบลงทุนในเหรียญทางเลือก (Altcoins)
หรือเหรียญมีม (Meme coins)
โดยหวังว่าจะเจอ "The Next Bitcoin"
ที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล

พฤติกรรม: กระจายความเสี่ยงไปในเหรียญต่างๆ
เชื่อมั่นในโปรเจกต์ใหม่ๆ
ที่อ้างว่าเทคโนโลยีดีกว่าบิตคอยน์

ตัวอย่าง: Vitalik Buterin
ผู้สร้าง Ethereum
เป็นตัวแทนฝั่งเทคโนโลยีและ Smart Contract
ที่มองว่าบล็อกเชนทำอะไรได้มากกว่าแค่เก็บมูลค่า
ซึ่งชาวบิตคอยน์บางกลุ่มมองว่าเป็น "Shitcoiner"

Elon Musk (ช่วงปี 2021)
ตอนที่เขาเชียร์เหรียญ Dogecoin
และปั่นกระแสรักษ์โลกเพื่อโจมตีบิตคอยน์
เป็นตัวแทนของคนที่หลงใหลใน Memecoins
และกระแสโซเชียลมากกว่าพื้นฐาน

ระดับ 4 The Bitcoin Maximalists
บิตคอยน์แม็กซิมัลลิสต์

เมื่อผ่านความเจ็บปวดจากระดับก่อนหน้ามาได้
คนกลุ่มนี้จะตระหนักว่า "มีเพียงบิตคอยน์เท่านั้น"
ที่เป็นของจริง
พวกเขาเข้าใจถึงปัญหาของเงินเฟียต (Fiat Money)
และระบบธนาคารกลางอย่างลึกซึ้ง

พฤติกรรม: ศึกษาทฤษฎีการเงิน ปรัชญา
และเชื่อว่าบิตคอยน์คือทางรอดเดียว
อาจดูเป็นคนหัวรุนแรงในสายตาคนนอก
แต่ข้อมูลที่พวกเขามีมักจะถูกต้องเสมอ

ตัวอย่าง: Michael Saylor
เจ้าของวลีเด็ด "There is no second best"
(ไม่มีที่สองรองจากบิตคอยน์)
เขาคือตัวแทนสูงสุดของระดับนี้
ที่ขายทรัพย์สินอื่นเพื่อมาถือบิตคอยน์
และมองทุกอย่างผ่านเลนส์ของบิตคอยน์

Max Keiser ผู้สนับสนุนบิตคอยน์รุ่นเก๋า
มีบุคลิกดุดัน เกรี้ยวกราดต่อธนาคารกลาง
และเหรียญ Altcoin ทุกชนิดอย่างรุนแรง

ระดับ 5 The Bitcoiners
ชาวบิตคอยน์ตัวจริง

ระดับนี้คือผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนมาตรฐานบิตคอยน์
พวกเขาเลิกพยายามโน้มน้าวคนอื่น (เพราะเสียเวลา)
แต่เน้นไปที่การลงมือทำจริง
เช่น การรันโหนด (Node)
หรือขุดบิตคอยน์ใช้เองที่บ้าน

พฤติกรรม: เก็บความมั่งคั่ง 70-90% ไว้ในบิตคอยน์
มีความรู้เรื่องการเก็บรักษา (Self-custody) ขั้นสูง
ใช้ Lightning Network คล่องแคล่ว

ตัวอย่าง: Jack Dorsey
ผู้ก่อตั้ง Twitter

ที่ปัจจุบันหันมาสร้างเทคโนโลยีเพื่อบิตคอยน์
เช่น Block, TBD
สนับสนุนการขุดแบบรักษ์โลก
และใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่โฟกัสที่บิตคอยน์

Ben Perrin
ผู้ที่ทำคอนเทนต์สอนวิธีใช้งาน Hardware Wallet
การรัน Node
และการใช้บิตคอยน์ในชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ

ระดับ 6 The Cypherpunks
ไซเฟอร์พังค์
กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี
และความเป็นส่วนตัว (Privacy)

พวกเขาคือผู้สร้างเครื่องมือ
ที่คนระดับ Level 4 และ 5 ใช้กัน

ให้ความสำคัญกับการไม่ระบุตัวตน
และเสรีภาพทางข้อมูล

พฤติกรรม: ใช้ Tor, VPN, CoinJoin
และเครื่องมือปกปิดตัวตนขั้นสูง
มองว่าความเป็นส่วนตัวคือพลังอำนาจที่แท้จริง

ตัวอย่าง: Adam Back
CEO ของ Blockstream
และผู้คิดค้น Hashcash
(ต้นแบบของระบบขุดบิตคอยน์)

เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว
และการเข้ารหัสมาตั้งแต่ก่อนบิตคอยน์เกิด

Hal Finney
ผู้รับโอนบิตคอยน์คนแรกจากซาโตชิ
ผู้ที่เน้นย้ำเรื่องเสรีภาพ
และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลมาตลอดชีวิต

ระดับ 7: Transcendence
ผู้หลุดพ้น

ระดับสูงสุดที่ก้าวข้ามทุกอย่าง
พวกเขาอาจเป็นผู้สร้าง
หรือผู้ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาล
แต่เลือกที่จะ "หายตัวไป"
หรือบางทีอาจไม่มีอยู่จริงก็ได้

ไม่ต้องการชื่อเสียง
ไม่ต้องการการยอมรับ
เข้าใจสัจธรรมและใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

พฤติกรรม: ไม่ยึดติดกับราคา
ไม่โต้เถียงในโซเชียลมีเดีย
เพียงแค่ถือครองสินทรัพย์ที่เปลี่ยนโลก
แล้วใช้ชีวิตเงียบๆ

ตัวอย่าง: Satoshi Nakamoto
ผู้สร้างที่แท้จริง

ไม่เปิดเผยตัวตน
ไม่แตะต้องเหรียญที่ตัวเองขุด (ประมาณ 1 ล้าน BTC)
และหายตัวไปเพื่อให้บิตคอยน์เติบโตได้ด้วยตัวเอง
โดยไม่ต้องมีผู้นำ

Mircea Popescu
หนึ่งในตำนาน Bitcoin OG

ถือครองเหรียญมหาศาล
และมีปรัชญาที่ลึกซึ้ง
เกี่ยวกับเสรีภาพ
ที่สุด
ท้ายก็จากโลกนี้ไปโดยทิ้งความเป็นตำนานไว้

แล้วทุกคนอยู่ในระดับไหนกันบ้างครับ
ปล. ผมลองปรับข้อความในสไตล์เพจคุณแอนนาเบล ผมว่าอ่านง่ายดี

#siamstr
blchatyai profile picture
เปิดร้านจ้า ขายทั้งหม่าล่า เสื้อ และแอลฯ เลือกเอาได้เลย (รถไม่ขาย)

#siamstr